หลายท่านที่เรียนภาษาอังกฤษกันมาแล้วมากมาย บางคนก็ทำงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้ภาษาอังกฤษ บางคนก็เรียนจบเอกภาษาอังกฤษมาโดยตรง บางคนมีทักษะอื่นอยู่ตัวแล้ว สามารถฟังได้ดี สามารถอ่านได้ดี บางท่านก็สอบ TOEIC, TOEFL, IELTS, หรือ ข้อสอบวัดทักษะตัวอื่นๆ จนได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดแล้ว มีความพร้อมที่จะสื่อสารกับชาวต่างชาติได้แล้ว แต่ก็ยังรู้สึกว่าตัวเองพูดได้ไม่คล่อง เรามาแก้ไขกันเถอะ

สาเหตุที่พูดไม่คล่องคืออะไร?
สาเหตุที่ผู้เรียนยังรู้สึกว่าตัวเองพูดไม่คล่องก็เพราะ “ไม่ได้พูดบ่อย” นั่นเอง นั่นคือ “ผู้เรียนยังไม่ได้อ้าปากพูดออกมาเป็นภาษาอังกฤษบ่อยมากพอ” เพราะคำว่า “พูดคล่อง” แปลความหมายออกมาตรงๆ ก็คือ “ผู้พูดได้เคยอ้าปากพูดออกมาเป็นภาษาอังกฤษแล้วนับชั่วโมงไม่ถ้วน” ถ้าผู้เรียนต้องการที่จะพูดคล่อง ก็มีทางเดียวที่จะทำได้คือ “หาทางพูดออกมาเป็นภาษาอังกฤษให้ได้ปริมาณที่มากที่สุด และให้ได้ชั่วโมงที่มากที่สุด” เท่าที่ต้องการ นั่นก็คือ ยิ่งผู้เรียนต้องการที่จะพูดคล่องมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องเพิ่มชั่วโมงการพูดให้มากขึ้นเป็นเงาตามตัว ไม่มีทางลัดอื่น 

แน่นอนถ้าผู้เรียนสามารถมีฝรั่งมานั่งพูดคุยด้วยวันละเป็นชั่วโมงๆ ได้ละก็ ภายในเวลาไม่นาน ผู้เรียนก็จะสามารถพูดได้คล่องดังปรารถนา แต่มันไม่มี ในชีวิตจริงมีคนน้อยมากที่จะโชคดีได้ขนาดนั้น ไม่มีฝรั่งที่ไหนจะมานั่งคุยกับเราได้เป็นชั่วโมงๆ ไม่เชื่อคุณลองเดินไปแถวตรอกข้าวสารดูสิ เดินไปทักฝรั่งสักคน ส่วนใหญ่คุยกัน 3 ประโยค 5 ประโยคก็จากกันไปแล้ว บางคนทำงานอยู่ในหน่วยงานขนาดใหญ่ มีฝรั่งมากมายเดินไปเดินมา แต่ก็ไม่ได้คุยกับใคร บางคนเดินสวนทางกับฝรั่ง ทักกันวันละ 3 รอบผ่านไปเป็นปีแล้ว ก็ยังไม่ได้ฤกษ์คุยกันเสียที บางคนลงทะเบียนเรียนกับครูฝรั่ง เรียนกันวันละครั้ง ชวนกันคุยรอบห้องกว่าจะวนมาถึงรอบตัวเองปรากฏว่าได้พูดกันแค่วันละไม่ถึง 10 ประโยค สรุปจบคอร์ส 30 ชั่วโมงได้พูดภาษาอังกฤษไม่ถึง 300 ประโยคดี ซึ่งปริมาณเท่ากล่าวมานั้นยังไม่มากพอที่จะทำให้พูดคล่องได้

แล้วจะแก้ได้อย่างไร?

การฟังเป็นภาค Input ของการพูด ก่อนที่เราจะฝึกพูดได้ เราต้องฝึกฟังให้ได้ก่อน การจะฟังให้ได้ดีก็จะต้องมีชั่วโมงการฟังที่มากพอ ฟังบ่อยจนเป็นอัตโนมัติ ฟังให้ออกทุกคำ ฟังให้รู้ความหมายทุกประโยค เมื่อทักษะการฟังของเราอยู่ตัวดีแล้ว อัตโนมัติดีแล้ว ต่อไปก็เป็นขั้นตอนการฝึกพูดซึ่งเป็นทักษะภาค Output


สำหรับท่านที่ยังไม่ทราบว่าทักษะการฟังของตัวเองมีมากพอหรือยัง ให้ดาวน์โหลดจากเว็บ VOA Special English มาทดลองฟังดู ถ้าฟังแล้วรู้เรื่องดี มีฟังไม่ออกบ้างก็เฉพาะชื่อคน ชื่อสถานที่ หรือชื่อเฉพาะอื่นๆ บ้าง เป็นบางชื่อเท่านั้น ท่านก็สามารถฝึกพูดตามเทปได้ ทดสอบให้แน่ใจอีกทีได้โดยการถอดบทความที่ได้ฟังออกมาเป็นตัวหนังสือ เพื่อที่จะได้เอาไว้ตรวจสอบการพูดในขั้นตอนสุดท้ายได้ต่อไป
 

เราต้องฝึกพูดเองด้วยการใช้คลิบเสียงเป็นตัวช่วย ไม่ต้องใช้ฝรั่งตัวเป็นๆ เพราะเราต้องการชั่วโมงการฝึกที่มากพอสมควร และจะต้องทำการฝึกซ้ำๆ เพื่อที่จะให้เกิดความชำนาญ หลายคนอาจจะเคยมีปัญหาในกรณีที่ต้องการทวนประโยค ถ้าหากมีประโยคใดประโยคหนึ่งที่ผู้เรียนฟังไม่ทัน หรือฟังทันแล้วแต่ไม่ get และต้องขอให้ผู้พูดพูดทวนประโยคนั้น การพูดทวนแค่ครั้งสองครั้งไม่เป็นไร แต่เมื่อทวนหลายครั้งเข้าผู้พูดทวนให้เราฟังอาจจะหงุดหงิดได้ ซึ่งเมื่อเราใช้คลิบเป็นตัวช่วยจะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ดี คลิบเสียงที่จะนำมาใช้ฝึกพูดไม่ควรมีความเร็วมากเกินไป ความเร็วจะต้องพอให้ผู้ฝึกสามารถพูดตามได้ ไม่ควรมีการพูดอธิบายเป็นภาษาไทยไว้ เพราะจะทำให้ความคิดที่เป็นภาษาอังกฤษอยู่เกิดการสะดุดขึ้นได้ และที่สำคัญสำเนียงต้องชัดเจนและฟังง่าย

 จากนั้นก็ลงมือฝึก ก่อนอื่นผู้ฝึกต้องฟังหลายๆ รอบก่อน เพื่อที่จะสามารถฟังได้อย่างชัดเจน และฝึกพูดตามได้ เมื่อฟังชัดเจนดีแล้วก็ลงมือหัดพูดตาม ประโยคต่อประโยค ฟังหลายๆ รอบ และอ้าปากพูดออกมา “ตาม” จังหวะจะโคนของต้นแบบจากเทป แรกๆ ผู้ฝึกจะรู้สึกว่าออกเสียงบางคำไม่คล่อง และลิ้นมักจะพันกัน ไม่เป็นไรให้ฝึกไปเรื่อยๆ ฝึกพูดซ้ำประโยคเดิมหลายๆ ครั้ง จนสามารถพูดออกมาได้อย่างสบายใจ มั่นใจ ไม่เคอะเขิน บทสนทนาโดยทั่วไปจะมีจำนวนประโยคประมาณ 350 ประโยคต่อ 30 นาที ดังนั้น การฝึก 1 ชั่วโมงจะทำให้เราสามารถอ้าปากพูดเป็นภาษาอังกฤษออกมาได้ถึง 700 ประโยค ฝึก 10 วันเท่ากับ 7,000 ประโยค ฝึก 30 วันเท่ากับ 21,000 ประโยค ถ้าฝึกเช้า 1 ชั่วโมง บวกเย็น 1 ชั่วโมง ภายใน 1 เดือนผู้ฝึกจะได้อ้าปากพูดออกมาเป็นภาษาอังกฤษมากถึง 42,000 ประโยค ซึ่งปริมาณที่ได้นี้เพียงพอแน่นอนสำหรับการฝึกพูดเพื่อให้เกิดความคล่องนั่นเอง 

Extended and Extensive

Posted by Jaochainoi 7 | 11:40 AM

Once again adjective forms of the same word cause confusion. The verb ‘to extend’ means to spread, to prolong or to enlarge. Therefore, if something is extended, it is spread or prolonged.


For example:

Bob asked the professor if the deadline for his paper could be  
extended.
          Extended family is traditionally the core structure of Thai
society.
          If you pay your bills on time, your credits will be extended.

         
Extended can also mean longer or wider than expected.


For example:

          We had extended conversation about the third quarter budget
          review.
          The new CD contains the extended version of our old   
          favourites.
          South Park features an extended episode for Christmas.    

On the other hand, extensive means large in amount or scale.
    

For example:

The fire last night has caused extensive damage.
          This store offers an extensive range of variety of merchandise.


Notes:

Extended (adj.)     spread, longer and wider than expected
Extensive (adj.)     large in amount or scale


Exercise: Extended or Extensive
Directions:  Fill in the blanks with the appropriate words.


  1. The sky train will be ________ to the new airport.
  2. London underground network is ________. It covers a huge area of Greater London.
  3. John has an ________ collection of rare DVD. He owns an ________ version of the Titanic, which is almost four hours long.
  4. Mary’s long hair is not real. She got it ________ last week.
  5. All newspapers run an ________ cover of the riot.
  6. We can take a long vacation. I have got an ________ holiday leave from work.
  7. His ________ pool of knowledge is depthless.
  8. Due to overwhelming interests received, the discussion session has been ________ to last a whole afternoon.